มาตรฐาน PSDA STANDARD

PSDA STANDARD
มีเป้าหมายหลักในการสร้างมาตรฐานสำหรับพระเครื่องไทย โดยเฉพาะพระสมเด็จ และวัตถุมงคล เพื่อให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่การโต้เถียงหรือเอาชนะกันภายในกลุ่ม แต่เป็นการก้าวออกไปสู่สากล

แนวทางและวิธีการที่ PSDA STANDARD ใช้ในการสร้างมาตรฐานเพื่อขยายสู่สากล มีดังนี้ :

  • การรับรองกระบวนการด้วยมาตรฐาน ISO: PSDA STANDARD ได้ดำเนินการจัดทำ มาตรฐาน ISO เพื่อรับรองกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การตรวจสอบพระสมเด็จและวัตถุมงคลไทย การใช้เครื่องมือ ไปจนถึงกระบวนการประเมินมูลค่า (Price Assessment) จุดสำคัญคือ ไม่มีเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งโดยเฉพาะที่จะใช้รับรองพระเครื่องได้ แต่ต้องอาศัย กระบวนการที่ออกแบบมาและได้รับการรับรองแล้วว่าสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างชาติให้ความสำคัญ
  • การสร้างความร่วมมือและหลักสูตรวิชาชีพ: มีการทำความร่วมมือในการสร้าง หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะ เช่น หลักสูตรการดูพระสมเด็จ ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานและได้รับการรับรองโดยหน่วยงานราชการ
  • การผลักดันงานวิจัยในระดับสากล: PSDA STANDARD กำลังดำเนิน งานวิจัยในระดับนานาชาติ เพื่อกำหนดว่าพระเครื่องไทยแบบใดที่จะถือว่าเป็นมาตรฐานที่สากลยอมรับ
    • ความน่าเชื่อถือของงานวิจัย: งานวิจัยจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจริยธรรมโดยคณะกรรมการจริยธรรมด้านงานวิจัย
    • การเผยแพร่และการยอมรับ: ต้องส่งผลงานวิจัยไปเผยแพร่ใน ฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เช่น Web of Science, Scopus, หรือ Google Scholar ซึ่งเป็นฐานข้อมูลหลักที่ครอบคลุมสาขาวิชาอย่างกว้างขวาง การเผยแพร่จะต้องอยู่ในวารสารวิชาการที่มี “Impact Factor” และไม่ใช่วารสารปลอมหรือไม่มีชื่อเสียง
    • การอ้างอิง (Citation) เป็นตัวชี้วัดคุณภาพ: คุณภาพของงานวิจัยจะถูกวัดจากจำนวน การอ้างอิง (Citation) ที่ได้รับจากงานวิจัยอื่น ๆ ซึ่งแสดงถึงคุณภาพมากกว่าปริมาณของบทความ การที่งานวิจัยถูกนำไปอ้างอิงเพื่อต่อยอดงานวิจัยอื่น ๆ มากเท่าไร ยิ่งแสดงว่างานนั้นมีคุณภาพสูง ผู้บรรยายได้ยกตัวอย่างงานของตนเองที่มีการอ้างอิงสูงถึง 309 และ 226 ครั้ง ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการวัดคุณภาพงานวิจัย
  • การแปลองค์ความรู้เป็นภาษาอังกฤษ: มีการดำเนินการแปลองค์ความรู้ด้านพระสมเด็จเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมเผยแพร่ในต่างประเทศ

ความสำเร็จและการได้รับการยอมรับจากภายนอก:

  • ในปี 2567, PSDA STANDARD ได้รับรางวัล “บริษัทดีเด่นแห่งปี” ในด้านการรับรองและตรวจสอบวัตถุมงคลไทยสู่มาตรฐานสากล โดยมีพลอากาศเอก ชฤทธิ์ พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้มอบรางวัลให้
  • การได้รับการรับรองจากหน่วยงานภายนอกเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ยืนยันความน่าเชื่อถือของ PSDA STANDARD

ความท้าทายและหลักการสำคัญของโครงการ:

การสร้างมาตรฐานนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ผสมผสานระหว่างความเชื่อและสิ่งที่ผู้คนเคยรับรู้มา จึงต้องอาศัย ความพยายามอย่างมาก หลักการ และความเป็นวิชาการ ในการขับเคลื่อน ผู้บรรยายเน้นย้ำว่าการยอมรับที่แท้จริงต้องมาจากองค์กรและหน่วยงานภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่การรับรองตนเอง และส่งเสริมให้ทุกฝ่ายที่สนใจในเรื่องนี้ร่วมกันเดินหน้าเข้าสู่มาตรฐาน เพราะเชื่อว่าการที่มีหลายองค์กรเข้าร่วมในการสร้างมาตรฐาน จะช่วยให้วงการพระเครื่องไทยแข็งแกร่งและก้าวไปสู่การยอมรับในระดับสากลได้

PSDA STANDARD มีเป้าหมายหลักในการสร้างมาตรฐานสำหรับพระเครื่องไทย โดยเฉพาะพระสมเด็จ และวัตถุมงคล เพื่อให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ประเด็นสำคัญที่ว่า ทำไมต้องสร้างมาตรฐาน และ มี ISO มารับรองได้อย่างไร สรุปได้ดังนี้:

1. เหตุผลที่ต้องสร้างมาตรฐาน : เป้าหมายสู่สากล: จุดประสงค์สูงสุดของการสร้างมาตรฐานไม่ใช่การโต้เถียงหรือเอาชนะกันภายในกลุ่มผู้ที่สนใจพระเครื่อง แต่คือการ ก้าวออกไปสู่การยอมรับในระดับสากลให้ได้

  • ความน่าเชื่อถือและการรับรองจากภายนอก: PSDA STANDARD ตระหนักว่าการรับรองตนเองจะไม่เพียงพอ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่ องค์กรและหน่วยงานภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือจะต้องให้การรับรอง ในกระบวนการและมาตรฐานที่สร้างขึ้น
  • เป็นเรื่องใหม่ที่ต้องอาศัยหลักการและวิชาการ: การสร้างมาตรฐานพระเครื่องไทยเป็นการผสมผสานระหว่าง “ความเชื่อ” และ “สิ่งที่คนเคยรับรู้มาในอดีต” ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องอาศัย ความพยายามอย่างมาก หลักการ และความเป็นวิชาการ ในการขับเคลื่อน เพื่อให้ได้รับการยอมรับ
  • ยกระดับและสร้างความเข้มแข็งให้วงการ: การสร้างมาตรฐานนี้จะช่วย ยกระดับ วงการพระเครื่องไทย และผู้บรรยายยังสนับสนุนให้องค์กรอื่น ๆ ร่วมกันสร้างมาตรฐานด้วยเช่นกัน เพราะเชื่อว่าการที่มีหลายองค์กรที่ทำงานตามมาตรฐานจะช่วยให้วงการพระเครื่องไทย แข็งแกร่งขึ้น และไม่ต้องมาถกเถียงกันว่าพระเครื่องไทยจะไปสู่สากลได้อย่างไร
  • การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านงานวิจัยและหลักสูตรวิชาชีพ: มีการร่วมมือกับหน่วยงานราชการเพื่อสร้าง หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะ เช่น หลักสูตรการดูพระสมเด็จ ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการ งานวิจัยในระดับนานาชาติ เพื่อกำหนดว่าพระเครื่องไทยแบบใดที่จะถือว่าเป็นมาตรฐานที่สากลยอมรับได้จริง ซึ่งงานวิจัยจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจริยธรรมและเผยแพร่ในฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เช่น Web of Science, Scopus หรือ Google Scholar คุณภาพของงานวิจัยจะวัดจากจำนวน “การอ้างอิง” (Citation) ซึ่งแสดงถึงคุณภาพมากกว่าปริมาณของบทความ

2. การมี ISO มารับรองกระบวนการ : รับรองกระบวนการทั้งหมด: PSDA STANDARD ได้ดำเนินการจัดทำ มาตรฐาน ISO เพื่อรับรองกระบวนการทั้งหมด ในการตรวจสอบพระสมเด็จและวัตถุมงคลไทย

  • ครอบคลุมการดำเนินการ: การรับรอง ISO ครอบคลุมตั้งแต่:
    • การตรวจสอบพระสมเด็จและวัตถุมงคลไทย
    • การใช้เครื่องมือ
    • กระบวนการประเมินมูลค่า (Price Assessment)
  • เหตุผลสำคัญที่ ISO รับรอง ‘กระบวนการ’ ไม่ใช่ ‘เครื่องมือ’: ผู้บรรยายเน้นย้ำว่า ไม่มีเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งโดยเฉพาะ ที่จะสามารถใช้รับรองพระเครื่องได้ แต่สิ่งสำคัญคือการมี “กระบวนการที่ออกแบบมาและได้รับการรับรองแล้วว่าสามารถตรวจสอบได้” ซึ่งประเด็นเรื่อง “กระบวนการ” นี่เองที่เป็น สิ่งที่ต่างชาติให้ความสำคัญและสอบถามถึง การมี ISO มารับรองกระบวนการจึงเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากลได้.

หลักการ **PSDA** คือหัวใจสำคัญของ “หลักสูตรการพิสูจน์พระสมเด็จด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์” ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนจากการตัดสินพระด้วย “ความรู้สึก” (Feeling) มาเป็นการใช้ **”หลักฐาน” (Evidence)** เพื่อให้เกิดมาตรฐานที่ตรวจสอบได้จริงและเป็นสากลครับ

โดยหลักการ PSDA เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการตรวจสอบ **พระสมเด็จวัดระฆัง** มีรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนดังนี้ครับ:

### 1. P – Principle (หลักการและประวัติศาสตร์)
ต้องแม่นยำเรื่อง “เส้นเวลา” (Timeline) และบริบทการสร้าง เพื่อกำหนดขอบเขตความเชื่อที่ถูกต้อง ไม่ใช่เชื่อตามนิยาย
* **ไทม์ไลน์สำคัญ:** ต้องทราบช่วงอายุของสมเด็จโต (เกิด พ.ศ. 2331 มรณภาพ พ.ศ. 2415) และเหตุการณ์สำคัญ เช่น การพบพระซุ้มกอปี 2392 (ทำให้พระยุคหลังจากนี้ต้องมีมวลสารเศษซุ้มกอ), หรือยุคแม่พิมพ์หลวงวิจารณ์เจียรนัยที่เริ่มมีความประณีตและใช้น้ำมันตังอิ๊วหลังปี 2407
* **แม่พิมพ์:** ต้องแยกแยะยุคสมัยของช่างแกะได้ เช่น ยุคต้นเป็นแม่พิมพ์ไม้หรือดินเผา ยุคกลาง-ปลาย เป็นฝีมือช่างสิบหมู่หรือช่างหลวงอย่างหลวงวิจารณ์เจียรนัย

### 2. S – Sensible (ความสมเหตุสมผลทางกายภาพ)
การใช้ทักษะการสังเกต (Observation Skills) ดูลักษณะทางกายภาพที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาอย่างเป็นธรรมชาติ
* **ธรรมชาติความเก่า:** พระแท้วัดระฆังต้องมีความแห้ง การเซตตัวของปูน การหดตัวของมวลสาร และรอยยุบย่นที่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การแต่งผิว
* **เอกลักษณ์วัดระฆัง:** ต้องสังเกตความ “หนึกนุ่ม” หรือ “แกร่ง” ของเนื้อพระที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ รวมไปถึงพุทธศิลป์ที่ถูกต้องตามพิมพ์ (เช่น พิมพ์พระประธาน, ทรงเจดีย์)

### 3. D – Data (ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์)
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดในการสร้างมาตรฐานสากล คือการใช้เครื่องมือวัดค่าเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงตัวเลข (Quantitative Data) ที่พิสูจน์ได้
* **ค่าความหนาแน่น (Specific Gravity):** ใช้การชั่งน้ำหนักในอากาศและในน้ำเพื่อหาค่าความถ่วงจำเพาะ เพื่อแยกพระเนื้อปูนเปลือกหอยเก่าออกจากพระเรซิ่นหรือปูนใหม่ ค่ามาตรฐานควรอยู่ที่ **1.7 – 1.9** ซึ่งจากการทดลองพบว่าพระเนื้อกลุ่มเดียวกันแม้ขนาดต่างกัน (หนา/บาง) ค่าที่ได้จะใกล้เคียงกันมาก (เช่น 1.78 กับ 1.80)
* **องค์ประกอบธาตุ (XRF):** การใช้เครื่อง X-Ray Fluorescence ตรวจสอบธาตุหลัก โดยเน้นความเสถียรของ 3 ธาตุ คือ **แคลเซียม (Ca), ซิลิคอน (Si), และเหล็ก (Fe)** ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความเก่าและสูตรการสร้าง
* **มวลสาร:** ต้องพบมวลสารศักดิ์สิทธิ์ตามตำรา เช่น ผงวิเศษ 5 ประการ, เศษพระซุ้มกอ (เม็ดแดง), หินหยกเขียว, และผงตะไบทอง
* **แม่เหล็ก:** ทดสอบปฏิกิริยากับแม่เหล็กแรงสูง (High Gauss) เพื่อดูการดูดติดอ่อนๆ จากส่วนผสมของแร่เหล็กหรือมวลสารมงคล

### 4. A – Analyze (การวิเคราะห์และสรุปผล)
คือการนำข้อมูล P, S, และ D มาประมวลผลร่วมกันเพื่อลงความเห็นแบบ **ISO Process**
* **ความสอดคล้อง:** ต้องดูว่าข้อมูลทุกด้านสอดคล้องกันหรือไม่ เช่น ถ้าพิมพ์เป็นยุคหลวงวิจารณ์ (P) เนื้อต้องมีความหนึกนุ่มจากตังอิ๊ว (S) ค่าความหนาแน่นต้องได้ 1.7-1.9 (D) และมีมวลสารครบถ้วน
* **การตัดสิน:** หากข้อมูลทุกด้านผ่านเกณฑ์ จึงสรุปว่าเป็น “พระแท้” ตามมาตรฐานสากล โดยไม่อิงกับความชอบส่วนบุคคล

**สรุป:**
การใช้หลักการ **PSDA** กับพระสมเด็จวัดระฆัง คือการเปลี่ยนจากการ “ส่องแล้วเดา” มาเป็นการ “ตรวจวัดค่าและวิเคราะห์” เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นวิทยาศาสตร์ สามารถอธิบายได้ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล